คุณแม่ลูก 3 แต่งงานมา 16 ปี โดนสามีนอกใจเพราะดูโทรม ไม่ได้ดูแลตัวเอง

สวัสดีค่ะ ชื่อเหมี่ยวนะคะ อายุ 43 ปี เป็นนักแสดงตัวประกอบค่ะ จริงๆ ก็ไม่ได้อยากเป็นนะ แต่เราเริ่มจากส่งลูกไปแคส แล้วทีนี้ก็ต้องไปเฝ้าลูก โมเดลลิ่งเค้าเห็น เค้าก็บอกว่าคุณแม่มารอลูกเฉยๆ ไม่ได้อะไร แต่ถ้าเข้าฉากด้วยก็ได้เงิน พี่ก็ลองดู แล้วก็ตัดสินใจทำอาชีพนี้มาตั้งแต่ตอนนั้นเลย

ชีวิตที่ผ่านมาก็ปกติดีค่ะ พี่ก็แต่งงานมีครอบครัว มีลูก 3 คน มีความสุข ทำงานด้วยเป็นแม่บ้านด้วย แฮปปี้ทุกอย่าง แต่ช่วง 2 ปีหลังไม่ค่อยแฮปปี้แล้วค่ะ เพราะสามีแอบไปมีคนอื่น

ผู้หญิงส่วนมากก็มีเซนส์เนอะ พี่ก็จับได้ แต่สามียังไม่ยอมรับ เค้าใช้วิธีคุยไลน์แล้วลบข้อความทิ้งบางครั้งก็ใช้ Messenger คุยแล้วลบทิ้งเช่นกัน พี่ก็เลยใช้วิธีล็อกอินเฟสเค้า แล้วแกล้งอินบ็อกซ์ไปหาผู้หญิงคนนั้น นางก็พิมพ์ตอบกลับมา ใช้คำหวานๆ เออก็จับได้แบบคาหนังคาเขาเลย
พี่ก็เสียเซลฟ์ เสียหลักมากนะ แต่งงานอยู่ด้วยกันมา 16 ปี มาเจอเรื่องแบบนี้ ไม่รู้จะต้องทำยังไงกับชีวิต มีลูกอีก 3 คนด้วย จนสุดท้ายก็ป่วยเป็นซึมเศร้า ต้องไปหาหมอ ไปรับยามากิน
เหตุการณ์มันก็ล่วงเลยผ่านไป จนวันที่สามีออกจากบ้าน พี่ตัดสินใจกินยาฆ่าตัวตาย คือยาที่หมอให้นี่แหละ ปกติต้องกินวันละ 1 เม็ด แต่พี่กินเข้าไปทั้งแผง เพราะรู้สึกว่าไม่อยากมีชีวิตอยู่บนโลกแล้ว ผลของยาทำให้หลับไป 1 วัน 1 คืนเต็มๆ แล้วที่แรงมาก คือพี่มารู้ทีหลัง ว่าเค้าไม่ได้สนใจกับสิ่งที่พี่ตัดสินใจทำลงไปเลย ไม่เป็นห่วง ไม่อะไรสักอย่าง
ช่วงที่สามีตัดสินใจออกจากบ้านไปใหม่ๆ ถ้าช่วงไหนที่พี่ไม่ได้มีงาน หรือไม่ได้รับงาน ก็แทบจะไม่มีรายได้เข้ามาเลย ต้องกินมาม่าใส่ไข่กับลูกอีก 3 คนด้วยกัน พอนานๆ ไปสามีก็มาให้ความหวังเรื่อยๆ ว่าจะกลับมาอยู่ด้วย แต่พอผู้หญิงคนนั้นโทรมา ก็จะอ้างว่าขอเคลียร์กับทางนู้นก่อน ตอนนี้ก็ยังเคลียร์ไม่จบมา 2 ปีแล้ว สุดท้ายพี่ก็เลยตัดสินใจว่า เออ ไปเหอะ ไปได้เลย ไม่เอาแล้ว
ตอนช่วงที่เกิดเรื่อง ช่วงที่ทุกข์ใจที่สุด คนที่อยู่ข้างๆ ตลอดก็คือลูก ลูกคอยดูแลอยู่เสมอ ลูกเป็นกำลังใจอย่างหนึ่งให้พี่อยากมีชีวิตต่อ แต่ลึกๆ แล้วพี่ก็ยังเสียความมั่นใจ เสียเซลฟ์เหมือนเดิม เพราะรู้ว่าตัวเองอายุ 40 แต่ผู้หญิงคนนั้นอายุแค่ 30 แล้วก็รู้สึกว่าเหมือนเราปล่อยตัว ไม่ค่อยได้ดูแลตัวเอง มันเลยดูโทรม ดูไม่น่ามอง
พี่ไม่เคยแต่งหน้า ไม่ได้ทาอะไร จะออกจากบ้านก็ทาแค่กันแดด ถ้าส่องกระจก ก็จะเห็นริ้วรอยที่หน้าผากก่อนเลย แล้วก็จะเห็นริ้วรอยที่ร่องแก้ม และที่หนักสุดคือตัวเองเป็นภูมิแพ้ ใต้ตาก็จะคล้ำกว่าปกติ ก็เลยฮึดอยากกลับมาดูแลตัวเองอีกครั้ง เลยตัดสินใจมาปรึกษาคุณหมอที่ The Venisia Clinic เพื่อช่วยแก้ปัญหาในส่วนที่กังวล



คุณหมอที่รับเคสของพี่มาดูแล คือ คุณหมอเจ นพ.มานะ อาจอภิสิทธิ์ ตอนที่เข้ารับการประเมินก็คืออึ้งไปเลย มันมีปัญหาอื่นๆ ที่เราไม่รู้มาก่อน คือ ขมับตอบ หน้าแก้ม ใต้ตา ริ้วรอยต่างๆ คางก็สั้นยาวไม่เท่ากัน มุมปากก็ตก ปากสองข้างไม่เท่ากัน ช็อกมาก แต่ก็พอจะสบายใจขึ้น ที่คุณหมอเจบอกว่าปัญหาทั้งหมดนี้แก้ได้นะ


คุณหมอเจ อธิบายให้ฟังละเอียดมาก อย่างขมับตอบ ใช้ฟิลเลอร์ช่วยได้ บริเวณหน้าแก้ม ใต้ตา ใช้ฟิลเลอร์คู่กับไหมน้ำ Ultracol ส่วนคางและปากที่ไม่เท่ากัน ก็ใช้ฟิลเลอร์เช่นกัน เมื่อปากกับคางดูเต็มๆ เท่ากันแล้ว หน้าก็จะดูเศร้าน้อยลง ดูสดชื่น สดใสขึ้น และจุดสุดท้ายคือแก้มที่ห้อย หย่อนคล้อย ใช้ Smart ND Laser ช่วย คุณหมอเจบอกว่าถ้าทำทั้งหมดนี้ อายุน่าจะดูลดลง 10 ปีได้เลย ฟังแล้วชื่นใจมากค่ะ พี่ตัดสินใจทำตามที่หมอเจบอกทุกข้อ

ตอนที่ทำเสร็จใหม่ๆ เห็นหน้าตัวเองในกระจกแล้วมีความสุขมาก ยิ่งเมื่อได้แต่งหน้าแล้ว ก็ได้แต่บอกว่ามันจึ้งมาก จึ้งสุดๆ ต้องใช้คำนี้จริงๆ ก็อยากจะขอบคุณคุณหมอเจมากจริงๆ ค่ะ ทั้งให้คำปรึกษาดี ใจดี และมือเบาสุดๆ เพราะจริงๆ พี่เป็นคนกลัวเข็ม ก็อาจจะรู้สึกเกร็ง กลัวตอนทำ แต่คุณหมอจะพูดให้กำลังใจตลอดเลย ตอนนี้รู้สึกมั่นใจขึ้นมาก เพราะหน้ามันเปลี่ยนไปจากเดิม ตรงใต้ตาที่คล้ำ มันก็ดีขึ้น มันดูเต็มขึ้น ใครเห็นหน้าตอนนี้ก็ถามว่า เธอไปทำหน้ามาหรอ ปากก็สวยไปทำอะไรมา



ตอนนี้ถ้ามีโอกาสได้พูดกับอดีตสามี ก็อยากจะบอกว่า “เดี๋ยวจะหาผัวใหม่ให้หล่อกว่าเธอนะจ๊ะ”
ใครที่มีปัญหาแบบพี่ อย่าพึ่งท้อใจค่ะ ลองสู้ดูสักครั้งด้วยการกลับมาดูแลตัวเองก่อน อย่างน้อยที่สุดมาปรึกษาคุณหมอเจ ที่ The Venisia Clinic ก่อนก็ได้ ค่อยๆ เก็บเงินทำไปจนกว่าเราจะสวยแบบที่พอใจ ทุกครั้งที่ส่องกระจก เราก็จะมั่นใจและมีความสุขแบบพี่เหมี่ยวค่ะ